Follow Us

"พยาบาล" อาชีพที่ฉันภาคภูมิใจ

โตขึ้นเราอยากเป็นอะไร? ในช่วงชีวิตวัยเด็กทุกคนคงเคยมีคำถามนี้ในความคิดหรือเคยถูกตั้งคำถามนี้กันมาทั้งนั้น ตอนเด็กเราทุกคนล้วนมีความฝันอย่างอิสระ บางคนมีอาชีพต่างจากฝันอย่างสิ้นเชิงเช่นดิฉัน...

โตขึ้นเราอยากเป็นอะไร? ในช่วงชีวิตวัยเด็กทุกคนคงเคยมีคำถามนี้ในความคิดหรือเคยถูกตั้งคำถามนี้กันมาทั้งนั้น ตอนเด็กเราทุกคนล้วนมีความฝันอย่างอิสระไร้ซึ้งขอบเขตมาจำกัด หลายคนอยากเป็นตำรวจ ทหาร หรือแม้แต่นักบินอวกาศ บางคนฝันอยากเป็นดารา นักแสดง เป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักท่ามกลา มวลชน แต่ชีวิตจริงไม่ง่ายเหมือนจับวาง เราอาจไม่ได้เป็นอย่างที่ฝัน บางคนมีอาชีพต่างจากฝันอย่างสิ้นเชิงเช่นดิฉัน…

ช่วงมัธยมปลายช่วงวัยต้องเลือกระหว่างความมั่นคงและความฝัน หลายคนที่ชีวิตไม่ต้องดิ้นรนคงเลือก ความฝันได้อย่างไม่ยากเย็น แต่บางคนเช่นดิฉัน ที่ถูกจำกัดด้วยสถานการณ์หลายอย่างทำให้ตาชั่งเอนลงมาใน ฝั่งความมั่นคง ความจำเป็นหลายประการทำให้ต้องตัดสินใจเลือกเรียนในคณะที่ให้ความมั่นคงในหน้าที่การ งาน ที่ตนเองไม่ได้วาดฝันไว้ “คณะพยาบาลศาสตร์” ก้าวแรกในวิชาชีพพยาบาลฉันอาจเลือกเข้ามาด้วยความ ไม่ตั้งใจแกมจำใจ แต่ทุกก้าวหลังจากนั้นล้วนเป็นความตั้งใจของดิฉันที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นมาทั้งสิ้น ดิฉันใช้เวลาสี่ปี เรียนจนจบตามหลักสูตร ด้วยความโชคดีได้เกียรตินิยมมาเป็นของแถม หลังจากนั้นก็ได้รับการเชื้อเชิญด้วย ความเมตตาจากผู้ใหญ่ให้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลแห่งนี้

ปีแรกของชีวิตการทำงานเต็มไปด้วยสีสันทุกอย่างแปลกใหม่และมีสิ่งรอให้ไปเรียนรู้อีกมากมาย ในช่วงปีแรกโรงพยาบาลเมดพาร์คอยู่ในช่วงการดำเนินการก่อสร้างเพื่อเปิดรับผู้ป่วย ดิฉันได้ถูกส่งให้มาฝึก ประสบการณ์ยังโรงพยาบาลราชวิถีซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีประการแรก เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้เป็น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยหลากหลายมีความน่าสนใจในการเรียนรู้ ซง่ึดิฉันนับว่าเป็นพยาบาลที่โชคดี บวกโชคช่วยที่ได้เลือกแผนกในการทำงานทั้งยังได้ทำงานในแผนกที่ตนเองเป็นผู้เลือก “หอผู้ป่วยวิกฤต” หรือที่ หลายคนรู้จักกันในนามของ “ICU” คือแผนกที่ดิฉันเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเข้าทำงาน ที่แผนกนี้เต็มไปด้วย ผู้ป่วยหนักมากมายที่หลั่งไหลกันเข้ามารักษาไม่ขาดสาย ทุกคนล้วนพกพาความหวังที่จะหายจากความ เจ็บป่วย บ้างก็สมหวังบ้างก็พบกับความผิดหวัง ดิฉันจึงยกให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ ที่ไม่เพียงสอนให้ดิฉัน เป็นพยาบาล ICU ที่เก่งแต่ยังสอนให้ฉันเป็นพยาบาล ICU ที่มีหัวใจด้วย เพราะสำหรับฉันพยาบาลที่มีหัวจิต หัวใจคือเสน่ห์ของอาชีพนี้ ที่ ICU ทำให้ฉันมองเห็นความทุกข์ทั้งกายและใจของผู้ป่วยอย่างประจักษ์และทำให้ ฉันตระหนักในบทบาทของงานพยาบาลอย่างกระจ่าง ฉันไม่ใช่พยาบาลที่มีหน้าที่เพียงให้ยาหรือเพียงทำตาม แผนการรักษาของแพทย์เพื่อให้จบสิ้นไปเพราะผู้ป่วยของดิฉันเป็นมนุษย์อันมีหัวใจและเป็นหัวใจที่เจ็บป่วยจาก โรคทางกายที่รุมเร้า ดิฉันจึงต้องใส่ใจให้การดูแลเพื่อประกอบหัวใจเขาให้แข็งแรงขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ฉันรักและชื่นชอบที่สุดในอาชีพนี้ คือการได้ช่วยให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข เพราะในทุกครั้งที่ได้บอกลาผู้ป่วยที่มี โอกาสหายจากความเจ็บป่วยและสามารถออกไปจาก ICU ได้ล้วนเป็นความปิติสุขอย่างยิ่งทุกครั้ง

มีผู้ป่วยรายนึงที่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังจำได้ขึ้นใจ ผู้ป่วยชายนี้เข้ารับการรักษาใน ICU อยู่นานร่วมเดือน ตลอดระยะเวลาที่พักรักษาตัวผู้ป่วยดูสิ้นหวังกับอาการของตน ทั้งยังเคยบอกกับภรรยาว่าผู้ป่วยอดทนไม่ไหว แล้วรู้สึกพอแล้วกับการรักษา ท้อแท้กับการใช้ชีวิตอยู่ต่อเสียเหลือเกินดิฉันและบุคลากรทุกคนก็รับรู้ถึง ความรู้สึกนี้ได้ไม่ต่างกัน คงเนื่องมาจากผู้ป่วยเคยเป็นคนที่แข็งแรงเป็นหัวหน้าครอบครัวทำทุกอย่างได้ด้วย ตนเองทั้งหมดแต่ในตอนนี้เขาไม่แต่จะสามารถชำระขับถ่ายด้วยตนเองได้ การถูกลดทอนความสามารถด้วย ข้อจำกัดของร่างกายทั้งที่สมองและสติสัมปชัญญะยังครบถ้วนคงเป็นความคับข้องใจใหญ่หลวง ที่เขาไม่อาจทำ ใจยอมรับได้ ดิฉันได้รับโอกาสในการดูแลผู้ป่วยรายนี้อยู่หลายครั้งทุกครั้งที่ได้โอกาส ดิฉันจะให้การพยาบาล ด้วยความตั้งใจและใส่ใจเสมอและในทุกครั้งสิ่งที่ฉันไม่เคยลืมจะใส่มันลงไปในกิจกรรมการพยาบาลด้วย นั้นก็ คือการ support จิตใจเนื้อหาในการพูดแต่ละครั้งเป็นคำพูดง่ายๆที่ฉันตั้งใจแฝงกำลังใจให้กับผู้ป่วยเพื่อให้เขา สามารถดำเนินชีวิตต่อเพื่อสู้กับความเจ็บป่วยได้ ผ่านไประยะหนึ่งผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น สามารถถอดท่อช่วย หายใจได้ หลังจากปราศจากซึ่งสิ่งจำกัดการสื่อสารผู้ป่วยกล่าวขอบคุณทีมแพทย์และพยาบาลที่ดูแลเขาเป็น อย่างดีเสมอมา ขอบคุณสำหรับการรักษาและกำลังใจที่มอบให้กับเขา ในที่สุดผู้ป่วยก็สามารถย้ายไปสู่หอ ผู้ป่วยสามัญได้ในที่สุด ในวันที่ผู้ป่วยได้ย้ายไปหอผู้ป่วยสามัญ ดิฉันไม่ได้อยู่ในเวรวันนั้นได้รับทราบเพียงข่าว จากการส่งเวรต่อ ๆ กันมา แต่ถึงกระนั้นดิฉันก็ดีใจเป็นอย่างมากเมื่อทราบข่าว การได้เห็นผู้ป่วยในวันที่หนัก หนาที่สุดในชีวิตของเขา ราวกับโดนน้ำหนักของโลกทั้งใบกดใส่ จนถึงวันที่ได้ทราบข่าวว่าเขาปลดเปลื้องซึ่งภาวะวิกฤตที่คุกคามชีวิต และกำลังฟื้นฟูสภาพร่างกายเพื่อกลับไปใช้ชีวิตตามสามัญปกติอีกครั้งกับครอบครัว ซึ่งถึงแม้ผู้ป่วยจะย้ายออกจาก ICU ไปแล้วแต่ทุกครั้งที่มีโอกาสพบเจอภรรยาของผู้ป่วย เขาจะเข้ามาทักทาย พร้อมบอกเล่าอาการความก้าวหน้าของโรคอยู่เสมอ นี่คงนับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นความสำเร็จในการให้การพยาบาล ซึ่งถือเป็นความสุขอย่างไม่อาจพรรณนาได้ของอาชีพพยาบาลนี้

ย้อนกลับมาถึงคำถามแรกที่ดิฉันกล่าวไว้ในตอนต้น “โตขึ้นเราอยากเป็นอะไร?” ถ้าสมมติเราสามารถ ย้อนกลับไปได้ เราจะเลือกเป็นเราในทุกวันนี้ ทำงานพยาบาลพยาบาลแบบนี้หรือไม่ หรือจะเลือกอาชีพอย่างที่ ใจวาดฝันไว้ ถ้าใช้คำถามเดิมถามดิฉันในวันนี้ ดิฉันก็จะขอเลือกเป็นพยาบาลเช่นเดิม เพราะอาชีพพยาบาล กลายเป็นอาชีพในฝันที่ฉันรักและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ “ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันได้เป็นพยาบาล”