Follow Us

ศูนย์ผ่าตัดโดยการส่องกล้อง

ศูนย์ผ่าตัดโดยการส่องกล้อง โรงพยาบาลเมดพาร์ค

24 Hours

ศูนย์ผ่าตัดโดยการส่องกล้อง

การผ่าตัดโดยการส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery)
เป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้แพทย์ผ่าตัดโดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผลขนาดใหญ่เหมือนในอดีต การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคผ่านกล้อง เป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน เป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้ป่วยในการรักษาโรคต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตเป็นปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมในเวลาที่รวดเร็วกว่าเดิม

การผ่าตัดโดยการส่องกล้องช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดเชิงลึกของอวัยวะภายในได้เสมือนจริง ผ่านเทคโนโลยี Medical grade 4K display ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและแม่นยำ แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยโรคได้อย่างเที่ยงตรงถูกต้อง  และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ข้อดีต่อผู้ป่วย ของการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง

แผลเล็กกว่า
….  แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการผ่าตัดแบบเปิด โดยมีแผลขนาดเพียง 0.5 – 1.0 เซนติเมตร

เจ็บน้อยกว่า…  ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บแผลเป็นเวลาสั้นกว่า และเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ที่สำคัญช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามปกติได้รวดเร็วขึ้น

รพ.เมดพาร์คมีบริการ การผ่าตัดโดยการส่องกล้อง ดังนี้

แผนกศัลยกรรมทั่วไป

  • การผ่าตัดระบบทางเดินน้ำดีและตับ
  • การผ่าตัดกระเพาะอาหารและลำไส้
  • การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก
  • การผ่าตัดไส้เลื่อน

แผนกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ

  • การผ่าตัดไตและต่อมหมวกไต
  • การผ่าตัดกรวยไตและท่อไต
  • การผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก
  • การผ่าตัดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

แผนกสูตินารีเวช

  • การผ่าตัดมดลูกและรังไข่
  • การผ่าตัดปากมดลูก

แผนกศัลยกรรมกระดูก

  • การผ่าตัดกระดูกสันหลัง
  • การผ่าตัดหัวไหล่
  • การผ่าตัดข้อเข่าและเส้นเอ็น

ศูนย์หัวใจ

  • การผ่าตัดส่องกล้องอวัยวะในช่องอก

การเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัดส่องกล้อง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  1. งดน้ำและอาหารเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการผ่าตัด และหรือถ้าจำเป็นต้องทานอาหารควรเป็นอาหารอ่อนและย่อยง่าย หากตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
  2. แจ้งแพทย์เจ้าของไข้โดยละเอียดถึงยาที่ใช้อยู่และรวมถึงอาหารเสริมต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มยาต้านเกร็ดเลือดหรือยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง
  3. แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย และทำการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด ตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจร ระบบการทำงานของปอดและหัวใจ รวมถึงเอกซเรย์อวัยวะภายในที่เกี่ยวข้อง และอาจทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อประเมินภาวะสุขภาพหัวใจพื้นฐานของผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัด


หลังการผ่าตัด

  1. ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเหนื่อยและเพลียง่ายประมาณ 1-3 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้
  2. หากมีอาการปวดหรืออาการคลื่นไส้หลังผ่าตัด ควรแจ้งพยาบาลให้ทราบ โดยอาการปวดแผลมักเป็นในช่วงแรกหลังการผ่าตัด ควรทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทา และเมื่อเวลาผ่านไปอาการปวดก็จะค่อยๆ ทุเลาลง
  3. ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ถ้าแผลปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ แต่หากเป็นพลาสเตอร์ปิดแผลแบบไม่กันน้ำ ควรระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ จนกว่าจะครบกำหนดวันที่แพทย์นัดไปตรวจอีกครั้ง
  4. หลีกเลี่ยงการยกสิ่งของที่หนักเกินไป และงดการออกกำลังกายอย่างหนัก ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
  5. หลีกเลี่ยงการขับรถอย่างน้อย 7 วันหลังผ่าตัด
  6. งดการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด


ทำไมต้องทำผ่าตัดที่ศูนย์ศัลยกรรมส่องกล้อง รพ.เมดพาร์ค

  1. ที่ รพ.เมดพาร์ค คณะแพทย์ของเราทำงานเป็นทีม โดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดส่องกล้องจะทำงานร่วมกับทีมวิสัญญีแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง และทีมพยาบาลวิชาชีพพร้อมให้การดูแลความปลอดภัยของคนไข้อย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการผ่าตัด
  2. ศัลยแพทย์ของ รพ.เมดพาร์ค ผ่านการฝึกอบรมพิเศษทั้งในและต่างประเทศ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้อง โดยมีความเชี่ยวขาญในด้านต่างๆดังนี้


การผ่าตัดเย็บซ่อมเส้นเอ็นผ่านกล้อง (Sport Trauma or Sports Medicine)

  • ข้อเข่า (Arthroscopic With Ligament Reconstruction, ACL, PCL or meniscal repaired)
  • ข้อไหล่ (Arthroscopic With Rotator cuff repaired, Acromioplasty, Bankart repaired)
การผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็กประมาณ 0.5 ซม. เป็นการผ่าตัดที่ระคายเคืองเนื้อเยื่อน้อย ปวดแผลน้อย ลดภาวะแทรกซ้อน พื้นตัวเร็ว คนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังฟื้นตัว หรือนอนโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ทำให้คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงตามปกติ และสามารถกลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้เร็วขึ้น

การผ่าตัดส่องกล้องอวัยวะในช่องอก
(Video – Assisted Thoracic Surgery, VATS)
 

เป็นการผ่าตัดโดยใช้กล้องวิดีโดแบบยาวร่วมกับอุปกรณ์ผ่าตัดยาวพิเศษผ่านแผลเล็กในช่องระหว่างซี่โครงโดยไม่ต้องถ่างขยายซี่โครง มีความแตกต่างกับการผ่าตัดในอดีตที่ใช้การผ่าเปิดแผลที่ยาวมากร่วมกับการตัดซี่โครงซี่หนึ่งออก (Thoracotomy) หรือโดยการผ่าตัดผ่านกระดูกหน้าอกทั้งท่อน (Median Sternotomy) ทำให้ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่ามาก แผลอยู่ข้างหรือใต้ราวนมขนาดเล็กมีผลต่อความสวยงาม การไม่ต้องมีการตัดกระดูกทำให้กลับไปทำงานได้เร็วขึ้น ระยะเวลาที่นอนโรงพยาบาลเฉลี่ย 1 – 3 วันเทียบกับ 5 – 7 วันสำหรับการผ่าตัดแบบเปิด

การผ่าตัดถุงน้ำดี ผ่านกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy)

แพทย์ผ่าตัดจะเจาะรูและสอดเครื่องมือเข้าไปในช่องท้องแล้วจะทำการเลาะถุงน้ำดีออกจากตับและนำออกผ่านแผลที่เจาะไว้บริเวณสะดือ แพทย์จะใช้คลิปหนีบห้ามเลือดแทนไหมเย็บแผล เมื่อผ่าตัดเสร็จก็ทำการเย็บปิดแผลที่หน้าท้อง เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กจึงเจ็บน้อย

การผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่านกล้อง (Laparoscopic Appendectomy)

แพทย์จะใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัดผ่านแผลเล็กและทำการตัดไส้ติ่งออก แต่หากแพทย์พบว่าไส้ติ่งแตกจนมีการอักเสบของเยื่อบุช่องท้องที่เกิดจากการติดเชื้อ อาจมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องแทน การจะเลือกใช้วิธีการผ่าตัดส่องกล้องหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความเสี่ยง โดยประเมินจากสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

การผ่าตัดไส้เลื่อน ผ่านกล้อง (Laparoscopic Herniorrhaphy)

การผ่าตัดส่องกล้องไส้เลื่อนทำได้ 2 วิธี คือ การผ่าตัดผ่านชั้นก่อนเข้าช่องท้อง และการผ่าตัดเข้าช่องท้อง ผู้ป่วยจะมีแผลเล็กๆ ขนาดประมาณ 1.5 ซม. 1 แผล และ 0.5 ซม. 2 แผล แพทย์จะดึงถุงไส้เลื่อนกลับเข้ามาในช่องท้อง วางแผ่นสังเคราะห์ปิด โดยยึดไว้ด้วยหมุดโลหะ เป็นการผ่าตัดที่ระคายเคืองเนื้อเยื่อน้อย ลดการเกิดพังผืดในช่องท้อง การปวดแผลก็น้อย ลดภาวะแทรกซ้อนและอัตราการเป็นซ้ำ ทั้งยังซ่อมไส้เลื่อนขาหนีบได้ทุกชนิดในข้างเดียวกันในการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว ในบางคนสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังฟื้นตัว หรือนอนโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน และภายใน 1 สัปดาห์ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากไม่มีอาการเจ็บแผลอีกภายใน 2-4 สัปดาห์ ก็ออกกำลังกายหนัก หรือเล่นกีฬาได้เลย

การผ่าตัดเนื้องอกสำไส้ใหญ่ ผ่านกล้อง (Laparoscopic Colectomy)

แพทย์จะทำการตัดลำไส้ใหญ่ที่มีเนื้องอกออกด้วยการดูภาพจากจอมอนิเตอร์ เมื่อตัดและนำลำไส้ใหญ่และเนื้องอกออกหมดแล้ว แพทย์จะเย็บต่อปลายลำไส้ใหญ่ส่วนที่ไม่ได้ตัดออกเข้าด้วยกัน หรือนำปลายลำไส้ส่วนต้นที่เหลือมาเปิดที่หน้าท้อง หรือต่อลำไส้เล็กเข้ากับรูทวารหนัก ขึ้นอยู่กับว่ามีสำไส้ใหญ่ส่วนดีเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

การผ่าตัดพังผืดในช่องท้อง ผ่านกล้อง (Laparoscopic lysis of adhesion)

พังผืดในช่องท้องมักเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุช่องท้อง อาจเกิดจากการผ่าตัด เช่น ผ่าตัดมดลูก ผ่าตัดทวารหนัก หรือประสบอุบัติเหตุ พังผืดที่เกิดขึ้นอาจเป็นเส้นหรือเป็นแผ่น ทำให้ลำไส้และหรืออวัยวะภายในติดกัน เช่น ลำไส้ติดกับผนังหน้าท้อง ท่อรังไข่ติดกับลำไส้ หรือตับติดกับกระบังลม ซึ่งอาจทำให้เกิดการปวดหรือเกิดการอักเสบของอวัยวะที่ถูกพังผืดรบกวน หรือเกิดสำไล้อุดตัน ท่อรังไข่อุดตันในผู้หญิง ก็จำเป็นที่จะต้องผ่าตัดเลาะเอาพังผืดออก การผ่าตัดส่องกล้องเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้การผ่าตัดมีแผลที่เล็ก เจ็บน้อย ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และฟื้นตัว

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร ผ่านกล้อง (Laparoscopic Gastrectomy)

ในการผ่าตัดรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร แผลในกระเพาะอาหารหรือภาวะกระเพาะอาหารทะลุ แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดโดยอาจทำการผ่าตัดกระเพาะอาหารออกบางส่วน หรือผ่าตัดกระเพาะอาหารออกทั้งหมด ถ้าจำเป็นต้องผ่าออกทั้งหมดแพทย์จะทำการต่อหลอดอาหารเข้ากับลำไส้เล็กโดยตรงเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกินอาหารได้ตามปกติ การผ่าตัดผ่านกล้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดี และยังไม่เกิดรอยแผลขนาดใหญ่แบบการผ่าตัดเปิดช่องท้อง

การผ่าตัดทางนรีเวช (Laparoscopic Gynecologic Surgeries)

มีวิวัฒนาการมาโดยลำดับ จากอดีตที่การผ่าตัดเป็นเรื่องค่อนข้างยาก ปัจจุบันก็ง่ายและสะดวกขึ้นด้วยนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของแพทย์ จากแผลใหญ่หลายซม.ก็เล็กลงเหลือเพียง 0.5-1 ซม. จากภาวะแทรกซ้อนที่เคยพบมากจากการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องก็ลดลงด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง และการผ่าตัดก็สามารถรักษาหรือแก้ปัญหาโรคต่างๆ ได้มากขึ้น มีความเจ็บปวดน้อยลงและมีการฟื้นตัวที่เร็วขึ้น การผ่าตัดผ่านกล้อง หมายถึง การผ่าตัดที่ใช้กล้อง ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกเล็กๆ เพื่อแสดงภาพอวัยวะต่างๆ ที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาโดยตรงบนจอภาพวิดีโอ โดยสอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของร่างกายที่มีอยู่เดิมหรือเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้สอดเข้าไปดูอวัยวะที่ต้องการได้ และมีเครื่องมือผ่าตัดลักษณะเล็กๆ ยาวๆ สอดเข้าไปแทนเครื่องมือผ่าตัดธรรมดา เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคนรีเวชในอุ้งเชิงกราน ทั้งของมดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ เป็นต้น

โรคทางนรีเวชที่สามารถใช้วิธีผ่าตัดผ่านกล้อง

  • ถุงน้ำในรังไข่ หรือเนื้องอกบางชนิดในรังไข่
  • เนื้องอกมดลูก
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • ปวดท้องน้อยเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ภาวะมีบุตรยาก
  • มีพังผืดในอุ้งเชิงกราน


การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์กรีนไลท์ PVP (GreenLight
TM Laser PVP : Photoselective Vaporization of the Prostate

การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์กรีนไลท์เป็นวิธีรักษาโรคต่อมลูกหมากโตที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่าตัดแบบเดิม โดยเสียเลือดน้อยลง เจ็บน้อยลง และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์กรีนไลท์เป็นนวัตกรรมใหม่ของเทคนิคการผ่าตัดต่อมลูกหมากโตที่ใช้หลักการรุกล้ำน้อยที่สุด โดยการสอดท่อที่มีกล้องขนาดเล็กผ่านเข้าทางท่อปัสสาวะ เหมือนการผ่าตัดส่องกล้อง แต่เปลี่ยนจากการตัดด้วยไฟฟ้าเป็นแสงเลเซอร์พลังงานสูง ยิงไปในตำแหน่งที่มีภาวะอุดกั้นในต่อมลูกหมาก โดยแสงเลเซอร์จะไปทำให้เนื้อเยื่อที่กีดขวางทางเดินปัสสาวะนั้นค่อย ๆ ระเหิดหายไป  ข้อดีคือก่อให้เกิดการเสียเลือดน้อย ซึ่งเป็นวิธีการที่นิ่มนวลกว่าและเจ็บปวดน้อยกว่าเดิม มีระยะพักฟื้นสั้น สามารถกลับไปทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ใน 2 – 3 วัน นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย เหมาะกับผู้สูงอายุมาก ๆ หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง ที่ไม่สามารถหยุดยาละลายลิ่มเลือดได้

ก่อนการผ่าตัด ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะได้รับการฉีดยาชาเพื่อบล็อกไขสันหลังโดยวิสัญญีแพทย์ พร้อมจัดเตรียมคนไข้ในท่านอน แพทย์จะใช้สายนำแสงเลเซอร์ขนาดเล็กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสอดผ่านช่องทางในผนังกล้องส่องกระเพาะปัสสาวะซึ่งจะแสดงภาพออกมายังจอวิดีโอ แพทย์จะกำหนดตำแหน่งสลายต่อมลูกหมากโตด้วยแสงเลเซอร์ที่มีพลังงานอยู่ที่ 120 – 180 วัตต์ โดยจะปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาทางช่องด้านข้างใกล้ปลายกล้อง เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่กีดขวางทางเดินปัสสาวะซึ่งถูกฉายด้วยเลเซอร์ จะระเหิดละลายหายไปทีละน้อยอย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียเลือด เกิดเป็นฟองอากาศขนาดเล็ก (Bubbles) ลอยออกมาจากเนื้อเยื่อนั้น จนกลายเป็นเนื้อเยื่อนุ่มๆ สีเหลืองขาว ช่วยทำให้ท่อปัสสาวะที่ตีบเปิดกว้างขึ้น

Hybrid Operating Room  ของรพ.เมดพาร์ค เป็นห้องผ่าตัดขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ติดตั้งเครื่องกำเนิดภาพ 2D, 3D, และ 4D ทางการแพทย์ ARTIS Icono Biplane Angiography System รุ่นล่าสุด เพื่อการรักษาโรคยากซับซ้อน ผ่านการสวนหลอดเลือดได้ในทุกส่วนของร่างกายที่แม่นยำและรวดเร็ว ให้ภาพคมชัดโดยใช้สารทึบรังสีน้อยลง ทั้งยังเป็นห้องปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการผ่าตัด รองรับการทำงานร่วมกันของสหสาขาวิชาชีพหลายระบบพร้อมๆกัน เช่น ศัลยแพทย์หลากหลายสาขา แพทย์สาขาประสทวิทยา รังสีแพทย์ อายุรแพทย์หัวใจ วิสัญญีแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิค ตัวอย่างการรักษาด้วยเครื่องนี้ อาทิเช่น การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านการสวนหลอดเลือด(TAVI) การซ่อมลิ้นหัวใจ การปิดผนังระหว่างห้องหัวใจรั่ว การรักษาภาวะหลอดเลือดใหญ่ในช่องท้องหรือในสมองโป่งพองเป็นกระเปาะโดยไม่ต้องผ่าตัด การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ฯลฯ

อีกทั้งอุปกรณ์ในห้องผ่าตัดออกแบบให้สามารถเคลื่อนที่ได้สะดวกไม่กีดขวางการผ่าตัด นอกจากนี้เทคโนโลยี Flexmove ยังสามารถถ่ายภาพเอกซ์เรย์ได้ 360 องศา ช่วยให้แพทย์ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยซับซ้อนได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เตียงผ่าตัดสามารถปรับองศาได้ในหลายแกน ช่วยให้การผ่าตัดรักษามีความยืดหยุ่นสูงและสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น