Follow Us

คำแนะนำก่อนและหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ควรรู้

การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน

  1. สองวันก่อนและหลังการฉีดวัคซีน ควรงดออกกำลังกายหนัก หรือยกน้ำหนัก และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  2. การฉีดวัคซีนโควิดควรห่างกับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างน้อย 14 วัน
  3. เตรียมบัตรประชาชนและข้อมูล / แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัวกับบุคลากรทางการแพทย์ก่อนการฉีดวัคซีน
  4. แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัวกับบุคลากรทางการแพทย์ กรณีที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วมีอาการข้างเคียง
  5. ควรใส่เสื้อแขนสั้น เพื่อให้เปิดต้นแขนได้สะดวก
  6. การฉีดวัคซีนควรฉีดบริเวณต้นแขนข้างที่ไม่ถนัด
  7. ในวันที่ฉีดควรดื่มน้ำอย่างน้อย 500 – 1,000 ซีซี งดดื่มชา กาแฟ หรือของที่มีคาแฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  8. ถ้ากินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ให้กินยาตามปกติ แต่เมื่อฉีดยาแล้วให้กดนิ่งๆ ตรงตำแหน่งที่ฉีดต่ออีก 5 นาที

 

ข้อมูลที่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนรับการฉีดวัคซีน

  • โรคประจำตัว
  • ประวัติการเกิด ลิ่มเลือดอุดตัน หรือ การได้รับยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด
  • ประวัติการแพ้ยา วัคซีน หรือสารอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงจนอาจอันตรายถึงชีวิต
  • เป็นผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรืออยู่ระหว่างใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ขนาดสูง ยารักษาโรคมะเร็ง
  • ตั้งครรภ์ วางแผนการตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • มีอาการข้างเคียง (ทุกกรณี) หลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก
  • มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน (หากมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาให้เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน)

 

ข้อปฏิบัติหลังฉีดวัคซีน

  1. หลังการฉีดวัคซีน ผู้รับบริการจะต้องอยู่เฝ้าสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ที่สถานพยาบาล 30 นาที
  2. หลังจากการฉีดวัคซีน หากมีไข้ หรือปวดเมื่อยมาก สามารถทานยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด สามารถทานยาซ้ำได้ถ้าจำเป็น แต่ให้ห่างกัน 6 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการรับประทาน ยาพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex
  3. ควรสังเกตอาการต่อที่บ้าน หากมีอาการข้างเคียงควรปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการ
  4. หลังฉีดเป็นเวลาสองวัน หลีกเลี่ยงการใช้แขนข้างนั้นยกของหนัก
  5. ควรรับวัคซีนเข็มต่อไปตามกำหนด และเก็บบันทึกการรับวัคซีนไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
  6. หลังจากฉีดวัคซีนแล้วยังต้องคงมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 ต่อไป ทั้งการสวมหน้ากาก รักษาระยะห่างและหมั่นล้างมือ*

* วัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อทั้งที่มีหรือไม่มีอาการได้ แต่วัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อแบบรุนแรงได้ดี ดังนั้นนอกเหนือไปจากการที่ให้ผู้รับวัคซีนรับทราบข้อมูลของวัคซีน ผลข้างเคียง และอาการที่ต้องมาพบแพทย์แล้ว ผู้รับวัคซีนยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันต่างๆ ที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การรักษาระยะห่างทางสังคม และการกักตัวอย่างเคร่งครัด หากมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโรคโควิด-19 และควรมาพบแพทย์เพิ่มเติมเพื่อตรวจวินิจฉัย หรือทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป หลังฉีดวัคซีนครบคอร์สเกินหนึ่งเดือน การกลับไปใช้วิถีชีวิตได้ตามปกติให้ติดตามข่าวสารที่ทางการจะสื่อสารในโอกาสถัดไป

 

อาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน

ผลข้างเคียงทั่วไปแบบไม่รุนแรงที่พบได้บ่อย

  • อาการปวด บวม แดง คัน หรือช้ำ ตรงจุดที่ฉีดยา
  • รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สบายตัว ปวดศีรษะเล็กน้อย
  • มีอาการไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและตามข้อ
  • มีอาการคลื่นไส้

ผลข้างเคียงชนิดที่ไม่รุนแรง โดยส่วนมากสามารถหายได้เองหลังฉีดวัคซีนประมาณ 1 – 3 วัน

ผลข้างเคียงแบบรุนแรงที่พบได้น้อย

  • ไข้สูง หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • คัน ผื่นขึ้นทั้งตัว
  • ปาก ลิ้น หน้าบวม คอบวม
  • หายใจลำบาก หอบเหนื่อย ใจสั่น วิงเวียนหรือมีอาการแขนขาอ่อนแรง
  • ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว
  • ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว

ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ หรือโทร. 1669 เพื่อรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน หากมีอาการแพ้วัคซีนโควิด-19 หลังได้รับการฉีด แนะนำให้งดการฉีดวัคซีนยี่ห้อเดิมเข็มที่ 2 ต่อ

กลุ่มใดที่ยังไม่แนะนำให้ฉีดหากไม่จำเป็น

  • ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครั้งก่อนหรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนรุนแรง
  • ผู้ที่เจ็บป่วยแบบเฉียบพลันและอาการยังไม่คงที่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ และอาการเข้าขั้นวิกฤต
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันขนาดสูง 

กลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์อย่างใกล้ชิด และควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว เพื่อให้แพทย์พิจารณาให้ฉีดวัคซีนเป็นรายบุคคลตามความจำเป็นเร่งด่วนและความเหมาะสม

สำหรับผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (warfarin) สามารถฉีดวัคซีนได้ แต่แนะนำให้พบแพทย์พิจารณาก่อนเป็นราย ๆ ไป