เลือกหัวข้อที่อ่าน
- ทำไมต้องผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
- ไส้เลื่อน อาการ เป็นอย่างไร
- การวินิจฉัยก่อนการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
- ขั้นตอนการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
- ข้อดีของการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
- ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง โรงพยาบาลเมดพาร์ค
ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง (Laparoscopic herniorrhaphy)
ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง (Laparoscopic herniorrhaphy) คือ วิธีการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบแผลเล็กผ่านการส่องกล้องทางช่องท้อง เพื่อนำลำไส้หรืออวัยวะภายในที่เลื่อนไหลให้กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง รักษาไส้เลื่อนที่เกิดจากลำไส้หรืออวัยวะภายในช่องท้องเกิดการเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิมไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งผ่านผนังช่องท้อง เนื่องจากกล้ามเนื้อช่องท้องอ่อนแอแต่กำเนิด แรงดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น หรือเนื้อเยื่อพังผืดเสื่อมและหย่อนตามวัย ที่ทำให้มีอาการปวดท้อง แน่นท้อง คลำได้ก้อนนูนบริเวณที่ไส้เลื่อนไหล ที่หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น ภาวะไส้เลื่อนติดคา การผ่าตัดส่องกล้องไส้เลื่อน รักษาไส้เลื่อนให้หายขาดถาวร ด้วยแผลผ่าตัดขนาดเล็ก อาการเจ็บแผลผ่าตัดน้อย พักฟื้นที่ รพ. สั้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
ทำไมต้องผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบมาตรฐานด้วยวิธีการเปิดหน้าท้อง (Open hernia repair) ใช้การเปิดแผลผ่าตัดขนาด 3-10 ซม. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและชนิดของไส้เลื่อน ทำให้มีความเสี่ยงในการเสียเลือดมากกว่า เนื้อเยื่อเสียหายมากกว่า โอกาสเป็นแผลเป็นสูงกว่า เจ็บแผลผ่าตัดมากกว่า เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่า และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นที่ รพ. และที่บ้านนานกว่า
การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง (Laparoscopic herniorrhaphy) ใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็กผ่านการสอดกล้อง Laparoscope พร้อมเลนส์กำลังขยายสูงและใยแก้วนำแสงเชื่อมต่อเข้ากับจอ Monitor ภายนอกแบบ Real-time เพื่อทำการผ่าตัดไส้เลื่อนจากภายในช่องท้อง ทำให้มีขนาดแผลผ่าตัดเล็ก เสียเลือดน้อย เนื้อเยื่อเสียหายน้อย เจ็บแผลผ่าตัดน้อย เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนน้อย ไร้รอยแผลเป็น พักฟื้นที่ รพ. สั้นเพียง 1-2 วัน และสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ภายใน 1-2 สัปดาห์
ไส้เลื่อน อาการ เป็นอย่างไร
อาการไส้เลื่อน แตกต่างกันตามชนิดของไส้เลื่อน ดังนี้
- ไส้เลื่อนขาหนีบ คลำได้ก้อนนูนที่ขาหนีบ ก้อนจะขยายใหญ่เมื่อไอจามหรือยกของหนัก อาจปวดหรือไม่ปวดที่ก้อน
- ไส้เลื่อนตรงหน้าท้องเหนือสะดือ คลำได้ก้อนนูนบริเวณหน้าท้องเหนือสะดือ อาจมีก้อนเดียวหรือหลายก้อน
- ไส้เลื่อนที่สะดือ มีก้อนนูนที่สะดือ ขนาดตั้งแต่ 1-5 ซม. เห็นได้ชัดเวลาร้องไห้หรือไอ และมักยุบลงไปเวลานอนหงาย
- ไส้เลื่อนกระบังลม แสบร้อนกลางอก เจ็บหน้าอก กรดไหลย้อน กลืนลำบาก หายใจเหนื่อยเมื่อนั่งตัวตรง หรือนอนหงาย
- ไส้เลื่อนบริเวณต่ำกว่าขาหนีบ คลำได้ก้อนนูนที่ต้นขาด้านใน เจ็บเชิงกรานเมื่อยกของหนัก หรือออกแรงเบ่งอุจจาระ
- ไส้เลื่อนข้าง ๆ กล้ามเนื้อหน้าท้อง คลำได้ก้อนบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้างซ้ายหรือขวา มีความดันในช่องท้อง
- ไส้เลื่อนหลังการผ่าตัด คลำได้ก้อนโป่งนูนบริเวณแผลผ่าตัด เห็นได้ชัดขณะยืนหรือนั่ง อาจมีหรือไม่มีอาการปวดที่ก้อน
- ไส้เลื่อนภายในช่องเชิงกราน ลำไส้อุดตันเฉียบพลันแบบเป็น ๆ หาย ๆ อาจคลำได้ก้อนที่ท้องน้อย ปวดต้นขาด้านในเวลายืดขาออกไปด้านหลัง หรือแบะต้นขาออกด้านข้าง
ปัจจัยเสี่ยงไส้เลื่อน
- ความผิดปกติของพัฒนาการร่างกายของทารกขณะอยู่ในครรภ์มารดา
- กล้ามเนื้อผนังหน้าท้องเสื่อมลง หรือหย่อนยานตามอายุ
- อุบัติเหตุที่ทำให้ผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อนแอ หรือเสียหาย
- หลังการผ่าตัดช่องท้อง ทำให้เนื้อเยื่อผนังหน้าท้องขาดความยืดหยุ่น
- การตั้งครรภ์ที่ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อนแรง และความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น
- แรงดันในช่องท้องเพิ่มสูง จากการยกของหนักบ่อย ๆ เบ่งถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะบ่อย
- ไอเรื้อรัง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง ท้องผูกเรื้อรัง ท้องมาน ต่อมลูกหมากโต โรคอ้วน น้ำหนักตัวเกิน
การวินิจฉัยก่อนการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
แพทย์จะวินิจฉัยไส้เลื่อน โดยการซักประวัติ สอบถามตำแหน่งที่คลำได้ก้อน มีอาการปวดหรือไม่มีอาการ เห็นก้อนนูนได้ชัดขณะไอจาม นอน ยืน ก้มตัว หรือนั่ง รวมถึงประวัติสุขภาพ ประวัติอุบัติเหตุ ประวัติการผ่าตัดก่อนหน้า หรือประวัติบุคคลในครอบครัวเดียวกันเป็นไส้เลื่อน และทำการตรวจร่างกาย และตรวจทางรังสีวิทยาภาพถ่าย ดังนี้
- ตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจดูตำแหน่งก้อนนูน เช่น หน้าท้อง สะดือ หัวเหน่า ขาหนีบ หรือต้นขาด้านใน และทำการทดสอบโดยให้ลองยืน นอน นั่ง และลองไอ เพื่อสังเกตก้อนไส้เลื่อนที่อาจเห็นไม่ชัดจากภายนอก
- CT-scans ตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะภายในตั้งแต่หลอดอาหาร กระบังลม ท้องส่วนบน ท้องส่วนล่าง ช่องท้อง อุ้งเชิงกราน ไปจนถึงขาหนีบ เพื่อระบุชนิดและตำแหน่งของไส้เลื่อน
ขั้นตอนการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง รพ. เมดพาร์ค ใช้มาตรฐานสากล (Gold standard) ในการผ่าตัดไส้เลื่อนผ่านการส่องกล้อง แบบแผลเล็ก MIS (Minimally invasive surgery) ทั้งวิธีการผ่าตัดเข้าใต้ชั้นกล้ามเนื้อแต่ไม่ผ่านเยื่อบุช่องท้อง (TEP) หรือการผ่าตัดผ่านเยื่อบุช่องท้อง (TAPP) โดยยึดความปลอดภัยและความสำเร็จในการรักษาเป็นสำคัญ ตามขั้นตอนดังนี้
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
- งดยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด เช่น ยา Aspirin ยา Ibuprofen หรือยา Plavix อย่างน้อย 7 วัน
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาทุกชนิด ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
- งดน้ำ งดอาหาร และงดบุหรี่ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชม.
ขั้นตอนการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
- แพทย์ให้ยาสลบเพื่อระงับความรู้สึก และเจาะรูที่หน้าท้อง 3 ตำแหน่ง ขนาด 1 ซม. ที่สะดือ 1 ตำแหน่ง สำหรับสอดกล้อง Laparoscope และขนาด 0.5 ซม. ที่หน้าท้องอีก 2 ตำแหน่ง สำหรับใส่เครื่องมือผ่าตัด
- แพทย์จะสอด Trocar port อันแรกผ่านสะดือ เข้าที่ระหว่างชั้นกล้ามเนื้อและชั้นเยื่อบุช่องท้อง และจะเป่าบอลลูนที่ปลาย Trocar port เพื่อสร้างโพรงที่กว้างขึ้น จากนั้นจะเปลี่ยนใส่ Trocar อีกอัน เพื่อใส่กล้อง Laparoscope และเป่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อขยายโพรงช่องว่าง แล้วสอดเครื่องมือผ่าตัดทางหน้าท้องเข้าไปในโพรงช่องว่างสำหรับการเลาะถุงไส้เลื่อน
- แพทย์จะเลาะถุงไส้เลื่อนออกจากเนื้อเยื่อไขมันรอบ ๆ จากนั้นจะผูกรวบถุงไส้เลื่อน ตัดส่วนปลายออก แล้วจัดให้ส่วนต้นกลับเข้าไปในช่องท้อง
- แพทย์ใช้แผ่นตาข่ายสังเคราะห์ (synthetic mesh) ปูคลุมปิดส่วนของผนังหน้าท้องที่หย่อนคล้อย และบริเวณที่ถุงไส้เลื่อนถูกจัดตำแหน่งให้กลับเข้าไปในช่องท้อง แล้วยึดตรึงไว้ด้วยหมุดทางการแพทย์
- แพทย์ตรวจสอบความเรียบร้อย และค่อย ๆ ถอนกล้อง Laparoscope และเครื่องมือผ่าตัดออก แล้วจึงเย็บปิดแผลให้สนิท โดยทั่วไป การผ่าตัดจะใช้ระยะเวลาระมาณ 30 นาที
ขั้นตอนหลังการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
- แพทย์จะตรวจอาการและสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด หากไม่พบภาวะแทรกซ้อน ผู้รับการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ ในรายที่การรักษามีความซับซ้อน แพทย์อาจพิจารณาให้พักฟื้นที่ รพ . 1-2 คืน เพื่อดูแลอาการและควบคุมสัญญาณชีพให้เป็นปกติ
- ให้ผู้รับการผ่าตัดพลิกตัว ลุก นั่ง ยีน เดิน เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ และส่งเสริมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
- เมื่อกลับบ้าน นอนพักผ่อนอย่างน้อย 8-10 ชม.และทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- งดเว้นจากการยกของหนักและการเบ่งถ่ายปัสสาวะ อุจจาระแรง ๆ อย่างน้อย 2 เดือน งดการเล่นกีฬาอย่างน้อย 4 สัปดาห์
ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง พักฟื้นกี่วัน
การผ่าตัดไส้เลื่อนส่องกล้องใช้เวลาในการพักฟื้นที่บ้านประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก็สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมไม่หนักได้ และสามารถออกกำลังกายหนักได้หลังการผ่าตัดไปแล้ว 4 สัปดาห์
ภาวะแทรกซ้อน การผ่าตัดไส้เลื่อน
ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดไส้เลื่อน เช่น เลือดออกที่แผลผ่าตัด ลิ่มเลือดอุดตัน การบาดเจ็บที่หลอดเลือดแดง ลำไส้ กระเพาะอาหาร หรือท่อนำอสุจิ ปัสสาวะลำบาก ปวดแผลผ่าตัด ถุงอัณฑะบวม การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด แผ่นสังเคราะห์เสริมฉีกขาด หรือการเป็นไส้เลื่อนซ้ำ อย่างไรก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้มีอัตราการเกิดน้อย ซึ่งหากตรวจพบอาการ แพทย์จะเร่งให้การรักษาทันที
ข้อดีของการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้องมีข้อดีดังต่อไปนี้
- แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
- แผลหายเร็ว ขนาดแผลเล็กมาก
- เสียเลือดน้อย เนื้อเยื่อเสียหายน้อยมาก
- ภาวะแทรกซ้อนต่ำ โอกาสติดเชื้อต่ำมาก
- ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดสั้นเพียง 30 นาที
- เป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอน รพ. (ยกเว้นในผู้ที่การรักษามีความซับซ้อน)
- ระยะเวลาพักฟื้นที่บ้านสั้นเพียง 1-2 สัปดาห์ และสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เร็ว
- ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือกลุ่มเปราะบาง
อัตราความสำเร็จ การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง
จากผลการสำรวจผู้ที่ผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้องที่โรงพยาบาลชั้นนำหรือศูนย์การแพทย์ที่มีความพร้อมร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ พบว่ามีอัตราการกลับมาเป็นไส้เลื่อนซ้ำเพียง 1% ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ประสิทธิภาพมากโดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบเปิดหน้าท้องซึ่งมีอัตราการกลับมาเป็นไส้เลื่อนซ้ำที่ 5.4%
การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง รพ. เมดพาร์ค
ศูนย์ศัลยกรรม รพ. เมดพาร์ค กรุงเทพ ประเทศไทย นำโดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดส่องกล้อง ที่มีประสบการณ์การผ่าตัดทั้งในและต่างประเทศพร้อมทีมสหวิชาชีพ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยและรักษาไส้เลื่อนด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องแบบ MIS (Minimally invasive surgery) แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ด้วยห้องผ่าตัดมาตรฐาน JCI โดยการใช้เทคโนโลยีการแพทย์และอุปกรณ์ที่ทันสมัย ผสานเทคนิคผ่าตัดขั้นสูงที่มีความปลอดภัย รวดเร็ว และแม่นยำ ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งให้การดูแลติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้ารับการรักษาปราศจากภาวะแทรกซ้อน สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ไว และสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ